บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ("บริษัท") ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้สมัคร บุคลากรและบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โดยบริษัทเคารพและตระหนักถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหลักเกณฑ์ ระเบียบ การบริหารจัดการ และมีมาตรการที่เหมาะสม โดยให้ถือว่าเป็นนโยบายของบริษัทที่มีผลบังคับใช้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ตามระเบียบการปฏิบัติและถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีรายละเอียดดังนี้
ข้อ 1 คำนิยาม
"บริษัท" หมายถึง บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) บริษัท วาไรเทค จำกัด "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ "ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงานข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล "เจ้าของข้อมูล" หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ข้อมูลนั้นบ่งชี้ไปถึง "การประมวลผลข้อมูล" หมายถึง การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 2 วัตถุประสงค์และการเก็บรวบรวมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม และ/หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่บริษัทหรือบุคคลต้องปฏิบัติตาม 2.2 บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม และ/หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น กรณีที่บริษัทมีการดำเนินการอื่นใดนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมหากจำเป็น 2.3 ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมดังกล่าว 2.4 บริษัทจะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกัน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยชัดแจ้งเท่านั้น หรือเข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม โดยบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวังภายใต้มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
ข้อ 3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3.1 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคล หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล องค์กร นิติบุคคลภายนอก ซึ่งมีสัญญาอยู่กับบริษัทหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้บริษัทเปิดเผยได้ 3.2 บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของบริษัทและเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
ข้อ 4 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบุคคลภายนอก
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกประมวลผล โดยบริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น การแยกส่วนข้อมูลก่อนส่งข้อมูลส่วนบุคคล การจัดส่งข้อมูลเท่าที่จำเป็น รวมถึงการมีข้อตกลงรักษาความลับหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) กับผู้รับข้อมูลดังกล่าว
ข้อ 5 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในโครงข่ายของบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์(server) หรือ คลาวด์ (cloud) ในประเทศต่าง ๆ บริษัทจะคำนึงและพิจารณาว่าประเทศปลายทางได้ถูกรับรองว่ามีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานไม่เพียงพอ บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานไม่เพียงพอ การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศยังสามารถกระทำได้หากเข้าข้อยกเว้นกรณีเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย, ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล, เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา, ป้องกันระงับอันตรายต่อชีวิต หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ข้อ 6 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ หรือ ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของบุคคลได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
ข้อ 7 ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 บริษัทจะดำเนินการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ทั้งมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) เช่น การกำหนดรหัสผ่าน การเข้ารหัส (Secure Sockets Layer/SSL) ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์เครือข่าย เป็นต้น และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) การกำหนดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ การรักษาความลับ กำหนดสิทธิเข้าถึง การประเมินและจัดการความเสี่ยง การกำหนดหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ โดยมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและทบทวนปรับปรุงมาตรการทั้งสองอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข นำข้อมูลไปใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
7.2 พนักงาน บุคลากรทุกคนของบริษัทมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ไม่นำข้อมูลที่ได้รับมาจากการปฏิบัติงานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท
ข้อ 8 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่เมื่อบริษัททราบถึงเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือกรณีที่การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดพร้อมแนวทางเยียวยาเหตุละเมิดดังกล่าวให้เจ้าของข้อมูลทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ 9 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสิทธิตามกฎหมาย โดยเจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย โดยบริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้หากมีกรณีที่บริษัทต้องปฏิเสธคำร้องขอ บริษัทจะแจ้งเหตุแห่งการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลรับทราบ
9.1 สิทธิขอเพิกถอนความยินยอม หากเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ โดยบริษัทจะแจ้งถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาการถอนความยินยอมดังกล่าวให้ท่านทราบ
9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนี้บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการเข้าถึงหรือขอรับสำเนานั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
9.3 สิทธิขอโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อสามารถดำเนินการตามสัญญาได้ตามความประสงค์ หรือ เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
9.4 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในเวลาใดก็ได้ หากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สถิติ ทั้งนี้บริษัทสามารถปฏิเสธคำร้องขอได้หากเป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือกรณีที่บริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายสำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้ง การใช้สิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามกฎหมาย
9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากเจ้าของข้อมูลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทไม่มีความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทไม่มีความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล เจ้าของข้อมูลขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
ข้อ 10 บทกำหนดโทษ
ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหน้าที่ของตน หากละเลย หรือละเว้นไม่สั่งการ หรือไม่ดำเนินการ หรือสั่งการ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตน อันเป็นการฝ่าฝืนนโยบาย และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล จนเป็นเหตุให้เกิดความผิดตามกฎหมาย และ/หรือความเสียหายขึ้น ผู้นั้นต้องรับโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัท โดยบริษัทจะไม่ประนีประนอมให้กับความผิดใดๆ ที่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้กระทำขึ้นและผู้นั้นต้องรับโทษทางกฎหมายตามความผิดที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท และ/หรือบุคคลอื่นใด บริษัทอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
ข้อ 11 การทบทวนนโยบาย
บริษัทจะทำการทบทวนนโยบายนี้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคลากร
(Privacy notice for the employee)
บริษัท อาซีฟา จํากัด (มหาชน)
บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ("บริษัท") ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานปัจจุบัน อดีตพนักงาน กรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร นักศึกษาฝึกงาน ผู้สมัครและบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของบริษัท ("ท่าน") และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงได้ออกประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคลากร (Privacy Notice) ฉบับนี้ โดยจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดและวิธีการจัดการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากท่าน วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และส่งต่อ ตลอดจนระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
1). แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านหลายช่องทาง ดังนี้
1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัท โดยตรง : ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท โดยตรง
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ : บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ กิจกรรมและรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติโดยใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ประกาศเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ (Cookies Notice)
1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ได้รับมาจากบุคคลภายนอก : บริษัท อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว เช่น เว็บไซต์หางาน บริษัทตัวแทนจัดหางาน ข้อมูลจากบุคคลอ้างอิง เป็นต้น
2). ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวมรวบภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในประเภทดังต่อไปนี้
2.1 สำหรับผู้สมัครงาน
2.1.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เพศ สถานที่เกิด วันเดือนปีเกิด อายุ ที่อยุ่ปัจจุบัน เบอร์ติดต่อ เลขบัตรประชาชน เลขใบขับขี่ อีเมล ประวัติการศึกษา ความสามารถ การฝึกอบรม ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน รูปถ่าย รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาใบผ่านเกณฑ์ทหาร สำเนาใบผ่านงาน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาประกาศนียบัตร สำเนาใบปริญญา หรือผลการเรียน สำเนาทะเบียนสมรส
2.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม
2.1.3 ข้อมูลอื่นๆ เช่น ประวัติส่วนตัว (Resume Curriculum Vitae (CV)) ข้อมูลจาการทำแบบทดสอบ แบบประเมินผล หรือข้อมูลอื่นใดที่ท่านได้มอบให้แก่บริษัท
2.2 สำหรับนักศึกษาฝึกงาน
ข้อมูลประวัติส่วนตัว (Resume Curriculum Vitae (CV)) เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์ติดต่อ อีเมล ประวัติการศึกษา ความสามาถ การฝึกอบรม รวมถึงสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน บัตรนักศึกษา หน้าแรกสมุดบัญชี บัตรประกันอุบัติเหตุ หรือข้อมูลอื่นใดที่ส่งมอบให้แก่บริษัท
2.3 สำหรับพนักงานและบุคลากรของบริษัท
2.3.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เพศ สถานที่เกิด วันเดือนปีเกิด อายุ ที่อยุ่ปัจจุบัน เบอร์ติดต่อ เลขบัตรประชาชน เลขใบขับขี่ อีเมล ประวัติการศึกษา ความสามารถ การฝึกอบรม ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน รูปถ่าย รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาใบผ่านเกณฑ์ทหาร สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัญชีธนาคาร สำเนาประกาศนียบัตร สำเนาใบปริญญา หรือผลการเรียน เลขทะเบียนรถยนต์ สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร ลายมือชื่อ
2.3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลความพิการ ข้อมูลลายนิ้วมือ ข้อมูลการจดจำใบหน้า (Face Recognition)
2.3.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น ตำแหน่งงาน สังกัด วันเริ่มงาน วันที่สิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงาน อายุการทำงาน ค่าจ้างและผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากร การประเมินศักยภาพการทำงาน ประวัติการมาทำงาน การหยุดและการลา การทำงานล่วงเวลา การฝึกอบรม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม การเบิกใช้สวัสดิการ เหตุผลการลาออก การประเมินผลการทดลองงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน การปรับตำแหน่งงาน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่งงาน การลงโทษ ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางในหน้าที่การงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งอุบัติเหตุและความปลอดภัยในที่ทำงาน
2.3.4 ข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิด (CCTV) ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวจากการเข้าร่วมกิจกรรม ข้อมูลจากการทำแบบทดสอบ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่บุคลากรเคยมอบให้แก่บริษัท เช่น ข้อมูลในใบสมัคร
2.4 สำหรับบุคคลที่สาม
บริษัทอาจได้รับข้อมูลบุคคลที่สามที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน เช่น ข้อมูลคู่สมรส ข้อมูลครอบครัว ข้อมูลบุคคลติดต่อฉุกเฉิน ข้อมูลบุคคลอ้างอิง หรือผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ โดยท่านต้องแจ้งให้บุคคลเหล่านี้ทราบถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ก่อนการส่งมอบข้อมูลให้แก่บริษัท และขอความยินยอมหากจำเป็น เว้นแต่จะมีกฎหมายระบุข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม
3). วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (รวมเรียกว่า "วัตถุประสงค์ที่กำหนด" ) และภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
3.1 เพื่อให้บริษัท สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามวัตถุประสงค์ (Contract) เช่น เพื่อเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้นหรือเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี อาทิ การคัดเลือกผู้สมัครงาน สัญญาจ้างแรงงาน การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงาน การจ่ายค่าจ้าง การพิจารณาตำแหน่งงาน การดูแลเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน
3.2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ (Legal Obligation) เช่น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย อาทิ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายประกันสังคม กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท
3.3 เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest) เช่น การบันทึกภาพวงจรปิด (CCTV) หรือการบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบ การบริหารจัดการบุคลากร การจัดกิจกรรม จัดสิ่งอำนวยความสะดวก ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต เป็นต้น
3.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท(Public Task) หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
3.5 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น การติดต่อฉุกเฉิน การควบคุมป้องกันโรคติดต่อ
3.6 ความยินยอม (Consent) เมื่อบริษัทไม่สามารถอาศัยข้อยกเว้นหรืออ้างอิงฐานทางกฎหมายตามกรณีที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทจะขอความยินยอมเป็นการเฉพาะจากท่าน โดยบริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดหรือโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดตามข้อ 3.1 ข้างต้น ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่านบริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวหากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรือบริษัท อาจจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่า
4). การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่หน่วยงานและบุคคลดังต่อไปนี้
4.1 หน่วยงานภายใน อาทิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายศูนย์การเรียนรู้และการพัฒนา ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศ
4.2 หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย อาทิ สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมบังคับคดี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ธนาคาร หรือหน่วยงานที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด และศาล
4.3 หน่วยงานอื่น อาทิ นายจ้างใหม่ สถาบันฝึกอบรมภายนอก บริษัทประกัน (สำหรับสวัสดิการของบริษัท)ผู้ตรวจสอบภายนอก ลูกค้า หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่บริษัท เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัท จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและ เพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ในกรณีที่บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัท จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าบริษัท ได้ส่งหรือโอนไปยังประเทศปลายทาง องค์กรระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศที่มีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ในบางกรณี บริษัทอาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
5). ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้ และภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย ข้อมูลดังกล่าว
5.1 ข้อมูลพนักงานและบุคลากร บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาของสัญญาจ้างแรงงาน และจัดเก็บต่อเป็นระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานหรือบุคลากรของบริษัท หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายอื่นกำหนด เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบกรณีเกิดข้อพิพาทซึ่งอยู่ภายในอายุความตามกฎหมาย
6). การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร พนักงานและบุคลากรที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลสูญหาย ถูกเข้าถึง เปิดเผย หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
7). สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถขอใช้สิทธิผ่าน "แบบคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Right Request Form)"
7.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัท ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัท ได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่จำต้องขอความยินยอมจากท่าน
7.2 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
7.3 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และบริษัท จะดำเนินการดังกล่าว หากบริษัทอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่ในกรณีที่บริษัท สามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการยกข้อต่อสู้ตามกฎหมาย หรือกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ของการตลาดแบบตรง หรือกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติเว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
7.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านอาจขอให้บริษัท ลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือ เมื่อท่านถอนความยินยอม และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเก็บรวบรวมท่านหรือเมื่อท่านคัดค้านการประมวลผลตามหรือการเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
7.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัท อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ หรือกรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายแต่ท่านประสงค์ให้บริษัทระงับการใช้แทน หรือกรณีที่บริษัท ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอีกต่อไป แต่ท่านมีความจำเป็นและขอให้บริษัท เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
7.6 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.7 สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัท ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความครอบครองของบริษัท
7.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน
ในกรณีที่บริษัทมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
8). วิธีการติดต่อ
หากท่านมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อ ดังต่อไปนี้
รายละเอียดผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อบริษัท : บริษัท อาซีฟา จํากัด (มหาชน)
ที่อยู่ : 5 หมู่ 1 ถ. พระราม 2 ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
โทรศัพท์ : 02-686-7777
อีเมล : dpoasefa@asefa.co.th
ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565
นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน
บริษัท อาซีฟา จํากัด (มหาชน)
เพื่อให้บริษัท บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") สามารถดำเนินกระบวนการสมัครงานของท่านได้ กรุณาศึกษานโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลการสมัครแก่บริษัท ทั้งนี้ บริษัทรับประกันจะรักษาข้อมูลทั้งหมดตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย โดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผล
ในระหว่างกระบวนการรับสมัครงานของบริษัท บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้สมัครงานจากท่านโดยตรง ตามข้อมูลในใบสมัครงาน ประวัติย่อ (Resume) การสนทนาหรือการสัมภาษณ์ หรืออาจได้รับจากบุคคลอื่นที่ท่านระบุให้บริษัทสามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าว อาจรวมถึง ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวท่าน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทำงาน รวมถึงข้อมูลความสนใจหรือทักษะอื่นๆของท่าน
วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านผู้สมัครงานอาจได้รับการเก็บ รวบรวม ใช้และอาจรวมถึงส่งต่อเปิดเผยโดย บริษัท เพื่อ (1) การตรวจสอบยืนยันตัวตน รวมถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆ ที่ท่านให้แก่บริษัท การประเมินความเหมาะสมของท่านในตำแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงการติดต่อประสานงานกับ ท่าน ระหว่างกระบวนการรับสมัครงาน และ (2) เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการใบสมัครของท่าน ในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทในเครืออาจมีตำแหน่งงานที่ว่างและเหมาะสมกับท่านในอนาคต
การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
นอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็น บริษัทอาจต้องเปิดเผย และ/หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภาย นอก ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนการรับสมัครงานได้อย่างสมบูรณ์ (1) บริษัทในเครือ หรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัท ที่อาจมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่าน (2) ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติ หรือ ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการกระบวนการรับสมัครงานของบริษัท และ (3) บุคคลภายนอกอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคลคของท่านให้แก่บุคคลดังกล่าว
ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เว้นแต่ท่านแสดงเจตนาใช้สิทธิต่อบริษัทให้ดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูล หรือให้ทำลายเอกสารที่ท่านให้แก่ บริษัทในทันที หรือบริษัทว่าจ้างให้ท่านเป็นพนักงานของบริษัท บริษัทสงวนสิทธิในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดของท่านไว้ตราบเท่าที่บริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อการดำเนินกระบวนการรับสมัครงานของบริษัท ซึ่งโดยหลักการบริษัทจะเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน
สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล
บริษัทเคารพสิทธิของท่าน ในฐานะเจ้าของข้อมูลภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านสามารถติดต่อบริษัท เพื่อ ขอใช้สิทธิของท่าน ซึ่งได้แก่ สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสำเนา ขอปรับปรุงข้อมูล ขอคัดค้านการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ขอโอนถ่ายข้อมูล รวมถึงการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลของท่านเมื่อหมดความจำเป็นได้ โดย นายธัญนพ สมหวาน เบอร์โทรติดต่อ : 026867777 หรือ อีเมล : Thanyanop@asefa.co.th
หนังสือให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) มีความจำเป็นต้องขอความยินยอมและแจ้งถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ภายใต้การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับด้วยมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยหนังสือฉบับนี้
* ข้าพเจ้าในฐานะ "ผู้สมัครงาน" ยินยอมให้ บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารเพื่อการนัดหมาย การสัมภาษณ์งาน เพื่อการพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของผู้สมัครงานในการจ้างงาน รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาและเสนอตำแหน่งที่เหมาะสมอื่น ๆ รวมถึงการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งนี้
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ "ประกาศความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครงานและบุคลากร (Privacy Notice for employee)" ตามเอกสารแนบท้ายหนังสือขอความยินยอมฉบับนี้หรือตามประกาศความเป็นส่วนตัวที่บริษัทฯ จัดส่งให้แก่ท่าน
ในกรณีที่การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ต้องได้รับความยินยอมตามกฎหมาย ข้าพเจ้าจึงขอให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ดังนี้
1. ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมของข้าพเจ้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อเข้าทำงานกับบริษัทฯ
2. ข้อมูลผลการตรวจสุขภาพของข้าพเจ้าก่อนรับเข้าทำงาน เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานตามตำแหน่งที่ข้าพเจ้าสมัคร
ในกรณีที่ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ความยินยอมข้างต้น ข้าพเจ้ารับทราบว่าอาจมีผลต่อการพิจารณาใบสมัครของข้าพเจ้า